ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

เรื่องที่แนะนำ

[ เนื้อเพลง | Full Lyrics ] Into the Unknown – FROZEN 2 (OST) Idina Menzel | แก้ม วิชญาณี เปียกลิ่น

Idina Menzel, AURORA - Into the Unknown (From "Frozen 2"/Audio Only) Wichayanee Pearklin, AURORA - Into the Unknown (From "Frozen 2"/Audio Only) [ เนื้อเพลง | Full Lyrics ]  Into the Unknown - FROZEN 2 (OST)  Idina Menzel | แก้ม วิชญาณี เปียกลิ่น Ah ah oh oh oh Ah ah oh oh oh oh oh oh Into the unknown Into the unknown Into the unknown Ah ah ah ah ah I can hear you but I won’t Some look for trouble While others don’t There’s a thousand reasons I should go about my day And ignore your whispers Which I wish would go away, ah ah oh oh Oh oh ได้ยินเสียงเธอ แต่ไม่ฟัง ฉันไม่อยากวุ่นวาย พอได้หรือยัง มีเหตุผลตั้งร้อยพัน ให้ตั้งมั่นกับชีวิตไป จะไม่สนเสียงเรียกนั่น หวังว่ามันจะหยุดกวนใจ You’re not a voice You’re just a ringing in my ear And if I heard you, which I don’t I’m spoken for I fear Everyone I’ve ever loved is here within these walls I’m sorry, secret siren, but I’m blocking out your calls

เปิดประวัติ My Little Pony เส้นทางจาก ของเล่นหางแถว สู่ มิตรภาพอันแสนวิเศษ ในใจคนทั่วโลก!

กว่าจะกลายมาเป็น My Little Pony อย่างทุกวันนี้ ไม่น่าเชื่อว่า โพนี่น้อยกลุ่มนี้เคยเป็นแค่ไลน์อัพ
ของเล่นสำหรับเด็กผู้หญิง ที่ถูกทิ้งค้างสต๊อกจนฝุ่นจับหนาเตอะ เพราะเด็กๆ ไม่ค่อยอยากจะเล่นด้วย
สักเท่าไร ซึ่งพัฒนาการที่ก้าวกระโดดขนาดนี้เหล่าโพนี่น่าจะต้องผ่านอะไรมาเยอะมากแน่ๆ



    ดังนั้น คลิปนี้เราจะมาเปิดประวัติมายลิตเติ้ลโพนี่ (My Little Pony) กัน ว่าเส้นทางสู่มิตรภาพ
อันแสนวิเศษ จากของเล่นหางแถว สู่ ของเล่นสุดปัง ขนาดกลายมาเป็นทั้งอนิเมชั่น การ์ดพลัง
หรือแม้กระทั่งสารคดีมาแล้ว แต่กว่าที่มิตรภาพอันแสนวิเศษจะแสดงผลนั้น โพนี่เหล่านี้ต้องผ่าน
อะไรมาบ้าง ติดตามได้ในคลิปนี้เลย


1. จุดเริ่มต้นของ My Little Pony
ต้นกำเนิดของ มายลิตเติ้ลโพนี่ (My Little Pony: MLP) เกิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2524 (ค.ศ. 1981)
ณ บริษัท ฮาสโบร (Hasbro) บริษัทผลิตของเล่นยักษ์ใหญ่สัญชาติอเมริกัน โดยเป็นไลน์อัพของเล่น
สำหรับเด็กผู้หญิง ที่ใช้ชื่อว่า My Pretty Pony ตุ๊กตาม้าขนาดใหญ่พร้อมแผงคอและหางที่เงางามวิ้งวับ


แต่ปรากฏว่าไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร ซึ่งทางบริษัทคาดว่าน่าจะเป็นเพราะขนาดของ My Pretty
Pony ที่สูงประมาณ 10 นิ้วนั้น ใหญ่จนเกินไป และหน้าตาก็ยังไม่แบ๋วอีกด้วย ฮาสโบร (Hasbro) จึง
ทำการปรับรูปโฉมใหม่ จนได้มาเป็น My Pretty Pony and Beautiful Baby ที่มีขนาดเล็กลง แต่ก็ยังคง
แป้กอยู่ดี


2. ของเล่นเซตแรก
ต่อมาในปี พ.ศ. 2526 (ค.ศ. 1983) ฮาสโบร (Hasbro) ทำการยกเครื่องครั้งใหญ่ให้กับเหล่าโพนี่
จนได้ออกมาเป็น ม้าน้อยผู้สดใส หรือ My Little Pony และกลายเป็นสินค้าเซต โดยเซตแรก
ประกอบด้วย COTTON CANDY, CLUE BELLE, BUTTERSCOTCH, MINTY, SNUZZLE,
และ BLOSSOM



3. เผ่าพันธุ์โพนี่
กลับมาคราวนี้ My Little Pony ตีตลาดสำเร็จกลายเป็นของเล่นยอดนิยมของกลุ่มเด็กผู้หญิง
และมีการแตกไลน์สร้างม้าตัวใหม่อีกมากมาย จนสามารถจัดประเภท แยกกลุ่มของโพนี่ออกเป็น
3 เผ่าพันธุ์ ตามความสามารถของแต่ละเผ่า ได้แก่

เอิร์ธโพนี่ (Earth Ponies) เป็นโพนี่ดั้งเดิม สามารถเชื่อมโยงกับธรรมชาติและสัตว์ เอิร์ธโพนี่
จะมีบทบาทค่อนข้างสูงเพราะพวกเขาเป็นเผ่าเดียวที่มีความสามารถในการ เพาะปลูก

ยูนิคอร์น (Unicorn) เป็นเผ่าที่มีเขา และสามารถใช้พลังเวทมนต์ได้ โดยการใช้เวทมนต์นั้น
จะต้องอาศัยการฝึกฝน และเรียนรู้อยู่เสมอ

เพกาซัส (Pegasus) เป็นเผ่าที่มีปีก สามารถบิน สัมผัส และเดินบนก้อนเมฆได้ รวมถึงควบคุม
สภาพอากาศได้ด้วย


ซึ่งโพนี่ทั้งหมดอาศัยอยู่ในดินแดนแฟนตาซีที่มีชื่อว่า Dream Valley ซึ่งภายหลังสายพันธุ์ม้าต่างๆ
รวมถึงดินแดนแฟนตาซีที่ถูกสร้างขึ้นในช่วงปี พ.ศ. 2526 (ค.ศ. 1983) ก็ได้กลายเป็นรากฐานให้กับ
ตัวละครในฉบับอนิเมชั่นนั่นเอง

4. MLP Generations
เห็นโพนี่หน้าตาแบ๋วๆ แบบนี้ พวกเขามีประวัติยาวนานหลายสิบปีเหมือนกันนะคะ ซึ่งสามารถแบ่งออก
ได้เป็น 4 ยุคด้วยกัน โดยยุคแรก หรือ G1 อยู่ในช่วงปี พ.ศ. 2524 (ค.ศ. 1981) ถึง พ.ศ. 2535 (ค.ศ. 1992)
และอนิเมชั่นชุดแรก ของ My Little Pony ก็เกิดขึ้นในยุคนี้นี่เอง โดยเริ่มต้นขึ้นในปี พ.ศ. 2527 (ค.ศ.
1984) ใช้ชื่อตอนว่า Rescue At Midnight Castle และเนื่องจากกระแสตอบรับดี ฮาสโบร (Hasbro)
ก็ไม่รอช้า จัดอนิเมชั่นตอนพิเศษให้อีกหนึ่งตอนในปีต่อมา ใช้ชื่อว่า Escape from Catrina และปีต่อมา
ก็ถูกสร้างเป็นภาพยนตร์อนิเมชั่นที่ใช้ชื่อตรงๆ เลยว่า My Little Pony: The Movie ก่อนที่สุดท้าย
จะถูกพัฒนามาเป็นแบบฉายทางทีวี โดยใช้ชื่อว่า My Little Pony ‘n Friends


5. MLP G1
เนื้อหาหลักๆ ในช่วงนี้ยังเป็นการต่อสู้กับภัยร้าย หรือความชั่วร้ายบางอย่าง อาจจะมาในรูปแบบของ
แม่มดหรือไม่ก็ปีศาจ สไตล์การเล่าเรื่องยังน่ารักสดใสเพราะเน้นกลุ่มเป้าหมายเด็กเล็กเป็นหลัก
และยังมีตัวละครมนุษย์มาร่วมเป็นตัวละครหลักของการ์ตูนอีกด้วย


6. My Little Pony Tales
เวลาล่วงเลยมาถึงปี พ.ศ. 2535 (ค.ศ. 1992) ซึ่งเป็นช่วงท้ายๆ ของยุคที่ 1 เป็นเวลาที่ทาง ฮาสโบร
(Hasbro) ทำการฉลองเข้าสู่ขวบปีที่สิบของซีรีส์ My Little Pony ด้วยการปรับโฉมม้าน้อยทั้งหลาย
ให้เติบโตกิ๊บเก๋ขึ้น พร้อมทั้งปล่อยการ์ตูนอนิเมชั่นชุด My Little Pony Tales ที่ปรับเปลี่ยนการเดินเรื่อง
ให้เป็นกลุ่มตัวละครม้าน้อยเพศหญิง ใช้ชีวิตแบบวัยรุ่น มีเครียดเรื่องเรียน เรื่องรัก แต่ในยุคนี้ ยูนิคอร์น
(Unicorn) กับ เพกาซัส (Pegasus) กลับถูกตัดออกไป

7. MLP G2
หลังจากนั้น ก็เข้าสู่ยุคที่ 2 หรือ G2 อยู่ในช่วงปี พ.ศ. 2536 (ค.ศ. 1993) ถึง พ.ศ. 2545 (ค.ศ. 2002)
ในยุคนี้ได้มีการเปิดโลกของม้าน้อยกลุ่มใหม่ที่ใช้ชื่อว่า “Friendship Gardens” ตัวม้าถูกออกแบบใหม่
ให้ดวงตาวิ้งวับมากขึ้น หัวกับตัวผอมบางลง แต่กลับไม่ได้รับความนิยม จึงไม่มีการทำอนิเมชั่นออกมา
ตัวของเล่นก็เน้นไปจำหน่ายอยู่แค่ในโซนยุโรปที่พอจะมีคนรักม้าน้อยชุดนี้อยู่บ้าง


8. MLP G3
เวลาผ่านไปถึงปี พ.ศ. 2546 (ค.ศ. 2003) ก้าวเข้าสู่ยุคที่ 3 หรือ G3 ของ My Little Pony อยู่ในช่วงปี
พ.ศ. 2546 (ค.ศ. 2003) ถึง พ.ศ. 2553 (ค.ศ. 2010) เป็นยุคที่โพนี่น้อยเหล่านี้ถูกปรับปรุงใหม่อีกครั้ง
โดยเป็นการปรับให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมายที่เด็กลงกว่าเดิม สร้างดินแดนใหม่ที่ใช้ชื่อว่า Ponyvilles
และเริ่มนำเอา ยูนิคอร์น (Unicorn) กับ เพกาซัส (Pegasus) กลับมาอีกครั้ง กลับมาคราวนี้ถือว่าเป็น
การคืนฟอร์ม สินค้าขายดี แต่อนิเมชั่นกลับเน้นจำหน่ายในรูปแบบของซีดีมากกว่า น้อยตอนนักที่จะ
ได้ออกอากาศทางทีวี เป็นยุคที่เรียกได้ว่าตกต่ำที่สุดของ อนิเมชั่น มายลิตเติ้ลโพนี่ เลยก็ว่าได้
เพราะเนื้อเรื่องขาดความน่าสนใจ และแอนิเมชั่นไร้แรงดึงดูด

9. MLP G4
จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2553 (ค.ศ. 2010) ก้าวเข้าสู่ยุค 4G เอ๊ย!! ไม่ใช่ ยุค G4 ของ My Little Pony
ที่เหมือนเป็นการฟื้นฟูอาณาจักรให้แก่เหล่าโพนี่น้อย จากความล้มเหลวของ อนิเมชั่น ในยุค G3


ประกอบกับ ภาพยนตร์ทรานส์ฟอร์มเมอร์ส ของ ไมเคิล เบย์ สามารถช่วยให้ยอดขายของเล่นทรานส์ฟอร์มเมอร์ส พุ่งทะยานอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน ฮาสโบร (Hasbro) จึงนำแฟรนไชส์มายลิตเติ้ลโพนี่
(My Little Pony) กลับมาผลิตและปรับปรุงใหม่อีกครั้ง โดยปรับเนื้อเรื่องและภาพลักษณ์ตามคำแนะนำ
ของมาร์กาเร็ต โลช ผู้จัดการของ ฮับ เน็คเวิร์ค รวมถึง รองประธานอาวุโส ลินดา สไตเนอร์ หนึ่งในคนที่
ชื่นชอบแฟรนไชส์นี้ ด้วยแนวคิดที่ว่าเด็กดูได้ ผู้ใหญ่ดูดี แต่ยังคงเก็บเรื่องราวของมิตรภาพและการอยู่
ร่วมกันในสังคมไว้เป็นแกนหลักของเรื่อง


10. ลอเรน ฟอสต์ (Lauren Faust)
แถมยังได้อะนิเมเตอร์และผู้เขียนบท ลอเรน ฟอสต์ (Lauren Faust) ผู้อยู่เบื้องหลังการ์ตูนที่คนทั่วโลก
รู้จักกันดี อย่าง พาวเวอร์พัฟฟ์เกิลส์ และ ฟอสเตอร์ โฮม..บ้านของผองเพื่อนในจินตนาการ


เข้ามาช่วยกันยกเครื่องครั้งใหญ่ให้เหล่าโพนี่น้อย ฟอสต์ ได้รับการว่าจ้างจากฮาสโบร (Hasbro) ให้สร้าง
โครงเรื่องหลัก และให้เธอช่วยเหลือเพิ่มเติมเกี่ยวกับแนวคิดของเรื่อง โดยตัวฟอสต์เอง กล่าวว่า
เธอรู้สึก "ไม่เชื่อมั่นเป็นอย่างมาก" ในช่วงรับงานช่วงแรก เพราะเธอพบว่าเนื้อเรื่องเดิมของ My Little
Pony มีความน่าเบื่อและไม่เป็นที่จดจำ


แม้ว่า มายลิตเติ้ลโพนี่ (My Little Pony) คือหนึ่งในของเล่นโปรดของเธอในวัยเด็ก แต่เธอรู้สึกผิดหวัง
ที่จินตนาการของเธอในเวลานั้นไม่เหมือนกับในอนิเมชั่น ฟอสต์ได้กล่าวถึงเนื้อเรื่องเดิมๆ ว่า "มีแต่ปาร์ตี้
น้ำชาไม่จบสิ้น ขำอย่างไร้เหตุผล และปราบตัวร้ายสำเร็จเพียงแค่แบ่งปันให้เขาหรือร้องไห้" ทำให้
โอกาสที่ได้ร่วมงานกับ มายลิตเติ้ลโพนี่ (My Little Pony) ในครั้งนี้ เธอหวังที่จะพัฒนาให้เป็น "การ์ตูน
เด็กผู้หญิงที่ไม่มีแต่ความน่ารักหวานแหวว ตัวละครไร้ความสมดุล และ ติ๊งต๊อง" เธอจึงออกแบบกลุ่มตัว
ละครที่มีความแตกต่างกัน และมักทะเลาะกัน แต่สุดท้ายก็เป็นเพื่อนกันได้


และแนวคิดที่ผู้หญิงไม่สมควรถูกจำกัดในสิ่งที่คนส่วนใหญ่บอกให้ทำและไม่ทำ องค์ประกอบและนิสัย
ของตัวละครได้รับแนวคิดมาจากจินตนาการของเธอในวัยเด็ก และบางส่วนก็ได้แรงบันดาลใจจากการ์ตูน
ที่พี่ชายของเธอดูและเติบโตมาเช่น ทรานส์ฟอร์มเมอร์ส และ จีไอโจ ฟอสต์ยังเล็งให้ตัวละครนั้น "เป็นที่
จดจำ" และมีแบบแผนของความเป็นหญิง เช่น การเป็นหนอนหนังสือ เพื่อเพิ่มความน่าสนใจให้กับคนดู
โดยเฉพาะหญิงสาว


และยังมีการเพิ่มสัตว์ในจินตนาการที่จะทำให้เด็กหวาดกลัวอย่าง มังกร เนื้อหาบางส่วนก็ไมได้ทำเพื่อ
ขายเด็กอย่างเดียว แต่ก็ยังเน้นเรื่องราวมิตรภาพของตัวละครโดยให้มีความตลกขบขัน

11. My Little Pony: Friendship Is Magic
ย้ายมาเล่าเรื่องในดินแดนสมมติที่ชื่อ เอเควสเทรีย (Equestria) ดินแดนที่ม้าประเภทต่างๆ อยู่ด้วยกัน
อย่างสงบสุข และในเรื่องก็ได้นำเอา ยูนิคอร์น (Unicorn) กับ เพกาซัส (Pegasus) กลับมาอีกครั้ง รวมถึง
แนะนำ อัลลิคอร์น (Alicorn) ม้าที่มีพลังของเอิร์ธโพนี่ ยูนิคอร์น และเพกาซัส อยู่ในตัวเดียวกันเพิ่มมา
ด้วย โดยมีตัวละครหลักสำหรับเดินเรื่องอยู่ 6 ตัว ก็คือ


ทไวไลต์ สปาร์กเคิล (Twilight Sparkle) ยูนิคอร์นตัวสีม่วงอ่อน มีผม และหางสีน้ำเงินเข้มอมม่วง
สีม่วงและชมพู ตาสีม่วง เป็นสัญลักษณ์ของความอัศจรรย์ เธอเรียนเกี่ยวกับเวทมนตร์ เก่งเรื่องการคิด
และการจัดการ มีคู่หูเป็นลูกมังกรชื่อ สไปรต์ เธอเป็นตัวละครหลักที่ได้รับภารกิจจากเจ้าหญิงเซเลสเทีย
ให้เดินทางมาที่ โพนี่วิลล์ เพื่อมาเรียนรู้สิ่งที่เรียกว่ามิตรภาพ ซึ่งที่นี่เอง ทำให้เธอได้พบกับเพื่อน ๆ และ
การผจญภัยมากมาย ต่อมาได้กลายเป็นม้าอัลลิคอร์นและเจ้าหญิงเซเลสเทียแต่งตั้งให้เธอเป็นเจ้าหญิง


แอปเปิ้ลแจ๊ค (Applejack) เอิร์ธโพนี่ตัวสีส้ม ผมและหางสีเหลือง ตาสีเขียว เป็นสัญลักษณ์ของ
ความซื่อสัตย์ เธออาศัยอยู่ ที่ " สวีตแอปเปิลเอเคอร์ " ซื่อสัตย์จริงใจ ขยันทำงาน และเป็นที่พึ่งพาของ
ม้าตัวอื่นๆ ได้ จะสวมหมวกสีน้ำตาลอยู่ตลอดเวลา และเป็นม้าที่มีขาแข็งแรง เพราะต้องเตะต้นแอปเปิล
เพื่อเก็บแอปเปิลอยู่เสมอ แม้จะดูเหมือนไม่ค่อยมีความเป็นผู้หญิงเท่าไหร่ และเธอทำขนมอบได้
เก่งมากๆ


เรนโบว์แดช (Rainbow Dash) เพกาซัสตัวสีฟ้า ผมและหางสีรุ้ง ตาสีชมพู เป็นสัญลักษณ์ของ
ความภักดี เชี่ยวชาญเรื่องการบิน นิสัยเหมือนม้าตัวผู้และรักการผจญภัย แต่ก็รักเพื่อนพ้องไม่คิดทรยศ
ต่อกัน ชอบการแข่งขันเอาชนะ เป็นเพื่อนที่พึ่งพาได้ เธอใฝ่ฝันที่จะได้เข้าร่วมทีมบิน ชื่อ วันเดอร์โบลต์


ฟลัตเทอร์ชาย (Fluttershy) เพกาซัสตัวสีเหลือง ผมและหางสีชมพู ตาสีเขียว เป็นสัญลักษณ์ของ
ความเมตตา นิสัยเรียบร้อย มีความเป็นกุลสตรีสูง และขี้อาย สามารถสื่อสารกับสัตว์ได้และเป็นที่พึ่งพา
สำหรับเพื่อนๆ ได้เสมอ มีเมตตาและมองโลกในแง่ดี แต่หากอยู่ในภาวะคับขันเธอจะกล้าหาญอย่าง
ไม่น่าเชื่อ เธอเลี้ยงกระต่ายสีขาว ชื่อว่า แองเจิล


พิงก์กี้พาย (Pinkie Pie) ชื่อจริง พิงก์ก้ามีน่า ไดแอน พาย (Pinkamena Diane Pie) ม้าน้อยแสนอารมณ์
ดีตัวสีชมพูอ่อน ผมและหางสีชมพูเข้ม ตาสีฟ้า เป็นสัญลักษณ์ของความรื่นเริง เธอรักการปาร์ตี้ ชอบการ
ร้องและแต่งเพลงมาก เธอชอบร้องเพลงอยู่เสมอ เธอนับเป็นม้าตัวที่ตลกมากที่สุดตัวหนึ่ง เธอชอบกิน
ขนม และได้เลี้ยงลูกจระเข้ไม่มีฟันชื่อ กัมมี่


แรริตี้ (Rarity) ยูนิคอร์นไฮโซ ตัวสีขาวผมและหางสีม่วงทาเปลือกตาสีฟ้าอ่อน ตาสีน้ำเงิน เป็น
สัญลักษณ์ของความเอื้อเฟื้อ เธอเป็นแฟชันดีไซน์เนอร์ และมีร้านเสื้อผ้าเป็นของตัวเอง ชื่อว่า
ร้านคาร์เลโซบูทีค (Carleso Boutique) เธอเป็นยูนิคอร์นรักสวยรักงามและเกลียดความสกปรกมาก
เธอเป็นผู้ที่เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ และยอมสละบางสิ่งบางอย่างเพื่อช่วยเหลือผู้อื่น แต่ชอบใช้งานผู้อื่นด้วย
เช่นกัน




12. Bronies
การตัดสินใจเปลี่ยนแปลงมหาศาลนี้ได้ผลตอบรับกลับมาอย่างเกินคาด คราวนี้ My Little Pony ไม่ได้
เป็นแค่การ์ตูนสำหรับเด็กผู้หญิงแล้ว เพราะแม้แต่เด็กผู้ชาย ลามปามยาวไปถึงวัยรุ่น จนกระทั่งพ่อแม่
ก็ติดการ์ตูนเรื่องนี้กันอย่างงอมแงม ถึงขั้นเกิดกลุ่มแฟนๆ ของ Friendship Is Magic ที่เรียกตัวเอง
‘Bronies’ ก็เป็นกระแสสังคมอยู่มากจนมีคนเกาะติดชีวิตพวกเขาเพื่อทำสารคดี ซึ่งมีสารคดีเด่นๆ ที่
น่าสนใจอย่าง Bronies: The Extremely Unexpected Adult Fans of My Little Pony


ที่ได้ ลอเรน ฟอสต์ (Lauren Faust) ผู้สร้างซีรีส์ Friendship Is Magic กับ ทาร่า สตรอง (Tara Strong)
ผู้พากย์เสียงตัวละคร Twilight Sparkle ร่วมเป็น Executive Producer ประเด็นของสารคดีคือการตามดูว่า
ทำไมอนิเมชั่นที่ตั้งใจเจาะตลาดเด็กถึงบูมในหมู่ผู้ใหญ่ได้ด้วย


13. A Brony Tale
สารคดีที่น่าสนใจอีกเรื่องหนึ่ง คือ A Brony Tale ที่จับประเด็นเดียวกันแถมยังเอา แอชลี่ บอล
(Ashleigh Ball) ผู้พากย์เสียงตัวละคร แอปเปิ้ลแจ๊ค (Applejack) และ เรนโบว์แดช (Rainbow Dash)
มาเป็นคนเดินเรื่อง โดยจับเอาข้อเท็จจริงที่ว่าตัวเธอเองได้เจอแฟนคลับของการ์ตูนส่งจดหมายมาเยอะ
มากๆ แถมส่วนมากกลับเป็นผู้ชายจนเธออยากจะเรียนรู้ว่า กลุ่มแฟนๆ ของงานที่เธอพากย์นั้นตัวจริงเป็น
อย่างไร และก็ได้เจออะไรที่เกินคาดไปแทน...


14. Equestria Girls
นอกจากฉบับทีวีซีรีส์ที่ฉายมาถึงซีซั่นที่ 7 แล้ว Friendship Is Magic ก็มีภาคแยกของตัวเองที่เอาผลพวง
จากการที่ตัวละครหลักอย่าง Twilight Sparkle ได้รับการอวยยศ จนกลายเป็น Alicorn และเจ้าหญิงของ
Equestria ก็มีเหตุร้ายเกิดขึ้นทำให้เธอต้องเดินทางไปอีกโลกหนึ่งที่เหล่าม้ากลายเป็นมนุษย์ กับ
บรรยากาศเมืองที่มีกลิ่นอายเหมือนโลกปกติ และนั่นคือจุดเริ่มต้นของของจักรวาล ‘Equestria Girls’ ซึ่ง
คนดูบางส่วนคาดว่าน่าจะได้รับแรงบันดาลใจมาจากกลุ่มแฟนด้อมของการ์ตูนภาคหลักที่ถูกเหล่านัก
คอสเพลย์เอาไปใช้คอสเพลย์บ่อยๆ โดยเอาธีมการแต่งตัวมาจากสีผิวกับสีขนของม้าน้อยในเรื่อง แม้ว่า
Equestria Girls จะดูแปลกหูแปลกตา แต่ก็ได้รับความนิยมไม่น้อยจนมีตอนใหม่ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง
เส้นเรื่องของแต่ละตอนก็ต่อเนื่องกัน แถมยังขนานกับภาคหลักด้วย


นอกจากที่จะมีของเล่นและอนิเมชั่น แล้ว My Little Pony ยังมีสื่อบันเทิงแบบอื่นๆ ออกมาอีกด้วย
อย่างเช่น วีดิโอเกม, หนังสือการ์ตูนแบบคอมมิก, หนังสือการ์ตูนแบบมังงะที่เขียนโดยชาวญี่ปุ่น,
หรือแม้แต่กระทั่ง การ์ดเกมสำหรับสะสม และนี่ก็คือการเดินทางของเหล่าโพนี่น้อย กว่าจะได้เข้ามา
ครองใจคนทั่วโลกอย่างทุกวันนี้ โพนี่ของเราก็ต้องผ่านอะไรมาเยอะมากๆ แล้วน้องๆ ล่ะค่ะ ชอบโพนี่ตัว
ไหนมากที่สุด อย่าลืมคอมเม้นท์มาคุยกันนะคะ




ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยม