ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

เรื่องที่แนะนำ

[ เนื้อเพลง | Full Lyrics ] Into the Unknown – FROZEN 2 (OST) Idina Menzel | แก้ม วิชญาณี เปียกลิ่น

Idina Menzel, AURORA - Into the Unknown (From "Frozen 2"/Audio Only)

Wichayanee Pearklin, AURORA - Into the Unknown (From "Frozen 2"/Audio Only)
[ เนื้อเพลง | Full Lyrics ]  Into the Unknown - FROZEN 2 (OST)  Idina Menzel | แก้ม วิชญาณี เปียกลิ่น
Ah ah oh oh oh Ah ah oh oh oh oh oh oh Into the unknown Into the unknown Into the unknown Ah ah ah ah ah
I can hear you but I won’t Some look for trouble While others don’t There’s a thousand reasons I should go about my day And ignore your whispers Which I wish would go away, ah ah oh oh Oh oh
ได้ยินเสียงเธอ แต่ไม่ฟัง
ฉันไม่อยากวุ่นวาย
พอได้หรือยัง
มีเหตุผลตั้งร้อยพัน ให้ตั้งมั่นกับชีวิตไป
จะไม่สนเสียงเรียกนั่น หวังว่ามันจะหยุดกวนใจ
You’re not a voice You’re just a ringing in my ear And if I heard you, which I don’t

ร่วมฉลอง 30 ปี เจ้าหญิงแอเรียล ด้วย ตำนานนางเงือกจากทั่วโลก!



ถ้าจะพูดถึงเรื่องราวของนางเงือก เจ้าหญิงแอเรียล จากเรื่อง เงือกน้อยผจญภัย หรือ The Little
Mermaid ลูกสาวคนที่ 7 ของราชาไทรทอน (Triton) และราชินีอาเธน่า (Athena) แห่งอาณาจักรใต้น้ำ
เมอโฟร์ก (Merfolk)


น่าจะเป็นภาพจำแรกๆ ที่เรานึกถึง ภาพยนตร์อนิเมชั่นจากค่ายดิสนีย์เรื่องนี้ดัดแปลงมาจากบทประพันธ์
ของ ฮันส์ คริสเตียน แอนเดอร์เซน เรื่องราวของนางเงือกสาวที่เต็มใจที่จะสละชีวิตในทะเลและ
เอกลักษณ์ของเธอในฐานะนางเงือกเพื่อให้ได้จิตวิญญาณของมนุษย์


แต่ผู้ร่วมกำกับและนักเขียน Ron Clements คิดว่านางเงือกในเรื่องต้นฉบับมีความเศร้าโศกมากจนเกินไป
จึงได้มีการเขียนบทตัวละครอันใหม่ขึ้นมาและกลายเป็นเจ้าหญิงแอเรียลที่เรารู้จักกันในปัจจุบัน
แต่เรื่องราวของนางเงือกไม่ได้มีเพียงแค่ในบทประพันธ์ของ ฮันส์ คริสเตียน แอนเดอร์เซน เท่านั้น


ยังมีตำนานนางเงือกอีกมากมายที่ถูกเล่าขานต่อๆ กันมาในหลากหลายประเทศทั่วโลก และก็เป็นเรื่อง
น่าแปลกสำหรับในยุคที่การสื่อสารข้ามประเทศนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แต่กลับมีเรื่องราวเกี่ยวกับนางเงือก
ซึ่งค่อนข้างคล้ายคลึงกันปรากฏอยู่ในนิทานพื้นบ้านประเทศต่างๆ โดยเฉพาะในแถบเอเชียเรื่องราวของ
นางเงือกกลับถูกกล่าวขานในรูปแบบที่ดูจะน่าหวาดกลัวเสียด้วยซ้ำ ซึ่งเรื่องราวของนางเงือกในแต่ละ
ประเทศจะคล้ายคลึงกันมากขนาดไหน และจะมีปรากฏในนิทานพื้นบ้านของประเทศใดบ้างนั้น มาดูกัน


เริ่มต้นจากตำนานนางเงือกที่มีความเกี่ยวข้องกับเจ้าหญิงแอเรียลกันก่อนเลย นั่นก็คือ ตำนานของ
เทพกรีก ที่มีความเชื่อว่า ต้นตระกูลของเงือก คือ ไทรทอน โอรสของ โพไซดอน เจ้าสมุทร กับ
แอมฟิไทรท์ มารดาแห่งท้องทะเล


โดยหากกล่าวถึงไทรทอน ผู้คนมักจะนึกถึงไทรทอนที่มีหางเป็นปลา มีหนวดเครายาว และมีอำนาจ
ยิ่งใหญ่ในท้องทะเล ที่พักของไทรทอนอยู่ในปราสาททองคำที่ซ่อนตัวอยู่ใต้ทะเลลึก ไทรทอนมีอาวุธ
เป็นตรีศูล (ฉมวกสามง่าม) เช่นเดียวกับบิดา แต่มักปรากฏในศิลปกรรมต่าง ๆ ว่าถือสังข์ซึ่งเมื่อใช้เป่าดั่ง
แตรแล้วจะมีอำนาจบันดาลให้เกิดคลื่นลมในทะเลหรือให้ท้องทะเลสงบลงได้


ขยับเข้ามาใกล้ตัวอีกสักนิด เป็นตำนานนางเงือกของแถบอินโดจีนซึ่งรวมทั้งประเทศไทยของเราด้วย นางเงือกนั้นถือเป็นสิ่งมีชีวิตที่ลึกลับและน่าหวาดกลัว โดยเงือกในแถบนี้จะปรากฏกายในรูปของหญิงสาวที่มีใบหน้าเล็ก ซึ่งเงือกเหล่านี้จะขึ้นมาหวีผมและอาบแสงจันทร์ในยามค่ำคืน โดยนางเงือกจะมีหวีและกระจกที่ทำด้วยทองคำสำหรับส่องดูหน้าของนาง


และในเวลาที่นางเงือกขึ้นมาอาบแสงจันทร์อยู่นั้นหากมีมนุษย์มาแอบเฝ้าดูและส่งเสียงดังพวกเงือก
จะตกใจกระโดดลงน้ำและมักจะทิ้งหวีและกระจกเอาไว้ทว่าหากมนุษย์ผู้ใดนำหวีและกระจกทองคำของ
นางเงือกไปเขาผู้นั้นจะถูกนางติดตามล่าและสุดท้ายเงือกจะฉุดมนุษย์ผู้นั้นลงไปสู่ความตายใต้ผืนน้ำ


ซึ่งน้อยคนนักที่จะรู้ว่า ตำนานนางเงือกเรื่องนี้ก็คือที่มาของรูปปั้นนางเงือกทองแห่งหาดสมิหลานั่นเอง


เดินทางไปกันต่อที่ประเทศญี่ปุ่น ในตำนานของประเทศญี่ปุ่น มีสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่งคล้ายนางเงือก
ที่เรียกว่า นินเงียว (Ningyo : 人魚) ซึ่งบรรยายรูปร่างลักษณะไว้ว่า เหมือนเป็นลิงผสมปลาคาร์ฟ
อาศัยอยู่ในทะเล และเมื่อถูกจับได้จะนำพาโชคร้ายมาให้หรือทำให้เกิดพายุฝนฟ้าคะนอง โดยตำนาน
นางเงือกที่แพร่หลายมากที่สุด เป็นเรื่องของ “ยาโอะบิคุนิ” (Yao-Bikuni : 八百比丘尼)



เป็นตำนานที่คนญี่ปุ่นทุกคนรู้จักกันดี รายละเอียดอาจจะแตกต่างกันออกไปตามแต่ละพื้นที่ แต่เนื้อเรื่อง
สำคัญนั้นตรงกันคือ ที่จังหวัดวาคาสะ (ปัจจุบันคือฟุคุอิตอนใต้) ชาวประมงในหมู่บ้านสามารถเก็บเนื้อ
ของเงือกที่ถูกซัดขึ้นมาเกยอยู่บนชายหาดได้ ชาวบ้านต่างก็พูดถึงกันว่าถ้ากินเนื้อเงือกเข้าไปจะทำให้้
เป็นอมตะและคงความอ่อนเยาว์ไว้ได้ตลอดกาล แต่มันเป็นคำสาป ชาวประมงทั้งหลายจึงทิ้งเนื้อเงือก
นั้นไป แต่มีชาวประมงอยู่คนหนึ่งที่ไม่ได้ฟังคำทัดทานและเอาเนื้อเงือกกลับบ้าน คนๆนั้นก็คือพ่อของ
ยาโอะบิคุนิ!!!


เมื่อนำกลับมาบ้านก็แอบซ่อนเอาไว้ แต่…ลูกสาวก็มาขโมยกินเข้าไป จึงทำให้ลูกสาวยังคงเยาว์วัยเป็น
สาวแรกรุ่นตลอดกาลไม่ว่าเวลาจะผ่านไปกี่ร้อยปีก็ตาม เธอได้เห็นทั้งพ่อ คนที่รัก และชาวบ้านค่อยๆตาย
กันไปที่ละคนๆ ชีวิตจึงมีแต่ความโศกเศร้าหาความสุขไม่ได้ จึงหันหน้าเข้าหาพุทธศาสนาด้วยการ
ออกบวชเป็นแม่ชี และเดินทางไปทั่วประเทศเพื่อช่วยเหลือคนอื่นๆ แต่สุดท้ายก็สิ้นหวังต่อโลกใบนี้…


ว่ากันว่าเธอได้ข้ามสันเขาที่อยู่ตรงพรมแดนระหว่างจังหวัดเกียวโต (เมืองอายาเบะ) และฟุคุอิ
(เมืองโอโออิ) ไปจนถึงเมืองโอบะ จังหวัดฟุคุอิ จึงมีชื่อว่าสันเขาอามางิ (尼来峠) และหายตัวเข้าไปใน
ถ้ำหิน (บริเวณวัดคูอิน (空印寺)) โดยไม่ออกมาอีกเลย...


แต่อาจจะเป็นเพราะคุณงามความดีที่เธอได้ทำไว้ เธอจึงได้รับการยกเว้นให้เสียชีวิตเมื่ออายุได้ 800 ปี
ไม่ได้อยู่ตลอดไป ด้วยเหตุนี้ จึงมีอีกหนึ่งสมญานามว่า “แม่ชี 800 ปี” (Eight Hundred Nun)


ข้ามฝั่งจากเงือกเอเชีย มาดูเงือกฝรั่งกันบ้าง ความคิดเรื่องเงือกหรือสัตว์ครึ่งคนครึ่งปลานี้ ฝรั่งก็มีเหมือน
กันนะคะ และมีทั้งเพศหญิงและเพศชายด้วย เงือกเพศหญิงจะเรียกว่า Mermaid ส่วนเงือกเพศชายก็จะ
เรียก Merman เป็นพวกเงือกน้ำเค็มอาศัยอยู่ในทะเลหรือตามเกาะแก่งต่างๆ


ซึ่ง คำว่า Mer หมายถึง ทะเล ส่วนคำว่า Maid หมายถึง หญิงสาว แต่สำหรับทางฝั่งทะเลตะวันตกของ
อังกฤษ จะเรียกว่า Merry-maid หมายถึงสาวรื่นเริง ด้วยความที่จินตนาการกันว่าชอบว่ายน้ำเล่นคลื่น
ยามเดือนหงาย ก็จะขึ้นมานั่งบนก้อนหินตามเกาะแก่งต่างๆ หวีผม และร้องเพลงด้วยเสียงอันไพเราะ


แต่เมื่อศาสนาคริสต์เริ่มก่อตั้งขึ้น ตำนานนางเงือกก็ได้เปลี่ยนแง่มุมไปจากเดิม ตามความเชื่อของศาสนา
คริสต์นั้น นางเงือกสามารถที่จะมีชีวิตจิตใจ และวิญญาณได้ แต่จะต้องสัญญาว่าจะอาศัยอยู่บนบกตลอด
ไป ไม่คิดจะกลับคืนสู่ท้องทะเลอีก ซึ่งเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ จึงถือเป็นการสร้างความทุกข์ทรมานใจ
อย่างยิ่ง


มีเรื่องราวอันน่าเศร้าใจเรื่องหนึ่งเกี่ยวกับนางเงือก ซึ่งไปเยี่ยมเยียนนักบวชรูปหนึ่งอยู่เป็นประจำ ณ
สถานที่อันเป็นที่เคารพสักการะในเกาะไอโอนา (Iona) เกาะเล็กๆแห่งหนึ่งห่างออกไปจากประเทศ
สกอตแลนด์ เธอได้ขอชีวิต จิตใจ และวิญญาณจากนักบวชรูปนั้น และนักบวชก็สวดมนต์ขอพรให้แก่เธอ


แต่เธอจะต้องละทิ้งท้องทะเลของเธอตลอดไป แม้ว่าเธอจะปรารถนาชีวิตและจิตใจมากเพียงใด แต่ก็ไม่
สามารถละทิ้งทะเลไปได้ ตอนจบค่อนข้างเศร้าเล็กน้อย เธอได้ไปจากเกาะนั้น และน้ำตาของเธอได้
กลายมาเป็นก้อนกรวดสีเขียวเทา หากมีใครพบก้อนกรวดดังกล่าวบนเกาะไอโอนา ก็จะเป็นที่ทราบกันดี
ว่า นั่นคือ น้ำตาของนางเงือก นั่นเอง


ที่มา:
wikipedia
www.pantip.com
www.komkid.com
www.jatschool.com




ความคิดเห็น

บทความที่ได้รับความนิยม