ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

เรื่องที่แนะนำ

[ เนื้อเพลง | Full Lyrics ] Into the Unknown – FROZEN 2 (OST) Idina Menzel | แก้ม วิชญาณี เปียกลิ่น

Idina Menzel, AURORA - Into the Unknown (From "Frozen 2"/Audio Only)

Wichayanee Pearklin, AURORA - Into the Unknown (From "Frozen 2"/Audio Only)
[ เนื้อเพลง | Full Lyrics ]  Into the Unknown - FROZEN 2 (OST)  Idina Menzel | แก้ม วิชญาณี เปียกลิ่น
Ah ah oh oh oh Ah ah oh oh oh oh oh oh Into the unknown Into the unknown Into the unknown Ah ah ah ah ah
I can hear you but I won’t Some look for trouble While others don’t There’s a thousand reasons I should go about my day And ignore your whispers Which I wish would go away, ah ah oh oh Oh oh
ได้ยินเสียงเธอ แต่ไม่ฟัง
ฉันไม่อยากวุ่นวาย
พอได้หรือยัง
มีเหตุผลตั้งร้อยพัน ให้ตั้งมั่นกับชีวิตไป
จะไม่สนเสียงเรียกนั่น หวังว่ามันจะหยุดกวนใจ
You’re not a voice You’re just a ringing in my ear And if I heard you, which I don’t

เชิญเสพ!!! 10 อันดับ เรื่องราวประวัติอันน่าทึ่งของ อีลอน มัสก์ (ELON MUSK) ต้นแบบไอรอนแมน (IRON MAN)



อีลอน มัสก์ (Elon Musk) ชายผู้นี้มีข่าวให้คนทั่วโลกทั่งมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน และนี่ก็เป็นอีกครั้งกับข่าว
ครึกโครมบนโลกโซเชียลเมื่อเขาทวิตข้อความว่ากำลังส่งวิศวกรเข้ามาช่วย #13นักเตะทีมหมูป่า ออกจากถ้ำ
พร้อมกับคำถามว่า เขาคือใคร? คลิปนี้เราจะมารู้จักตัวตนของเขาให้มากขึ้น



เพราะนอกจาก 2 บริษัทที่เป็นผู้นำเทคโนโลยีระดับโลกอย่าง SpaceX และ The Boring Company แล้ว
Elon Musk คนนี้คือผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ PayPal ก่อนที่จะขายให้กับ eBay รวมทั้ง Tesla Motors
บริษัทผลิตรถยนต์ไฟฟ้าที่ได้รับการยกย่องว่าสมบูรณ์แบบที่สุด


ไม่เพียงเท่านี้ ทั้งตัวตนและบุคลิกของเขายังเป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้กำกับภาพยนตร์เรื่อง ไอรอนแมน
Iron Man นำไปสร้างตัวละคร โทนี่ สตาร์ก ที่เรารู้จักกันเป็นอย่างดีอีกด้วย ซึ่งเขาเองก็ได้ร่วมเล่นใน
อรอนแมน Iron Man 2

💕 อันดับ 10: อีลอน มัสก์ (Elon Musk) เดิมมีชื่อเต็มว่า อีลอน รีฟ มัสก์ (Elon Reeve Musk)
เกิดวันที่ 28 มิถุนายน ปี ค.ศ. 1971 ในเมือง Pretoria (พรีทอเรีย) ประเทศแอฟริกาใต้




พ่อเป็นวิศวกรอิเล็คทรอนิกส์ Errol  Musk (เออร์รอล มัสค์) เป็นชาวแอฟริกาใต้
มีธุรกิจมากมายรวมทั้งเหมืองมรกตด้วย



แม่เป็นนักโภชนาการและนางแบบลูกครึ่งแคนนาดา-อเมริกัน ชื่อ Maye Musk (เมย์ มัสค์)


มีน้องชายชื่อ Kimbal Musk (คิมบาล มัสค์) และน้องสาว Tosca Musk (ทอสก้า มัสค์)

💖


💕 อันดับ 09: ชีวิตในวัยเด็กของเขาไม่ได้เก๋าแบบตอนนี้นะคะ ทั้งขี้โรค และโดนแกล้งแรงๆ เป็นประจำ
อายุได้ 3 ขวบ มีอาการคล้ายคนหูหนวก ทั้งพ่อและแม่ต้องตัดสินใจให้หมอผ่าต่อม "อดีนอยด์"
คล้ายต่อมทอนซิลอยู่ด้านหลังโพรงจมูกของเขาออก เพื่อรักษาอาการที่เกิดขึ้น




และ อีลอน มัสก์ ในวัยเด็กก็จะถูกเพื่อนแกล้งแรงๆ เป็นประจำ เลวร้ายที่สุด
คือ ถูกกลุ่มเพื่อนโยนลงจากบันไดและตามทุบตีจนหมดสติ ต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล
จนได้รับบาดเจ็บกระทบต่อระบบทางเดินหายใจของเขาจนถึงทุกวันนี้

💖


💕 อันดับ 08: ความอัจฉริยะของเขาเริ่มฉายแววตั้งแต่เด็ก อายุ 7 ขวบ เขาใช้เวลาอ่านหนังสือ วันละ 10 ชั่วโมง
อายุ 8 ขวบ อ่านหนังสือจนหมดทั้งห้องสมุด อ่านหมดแม้กระทั่งสารานุกรมที่มีในห้องสมุดด้วย





จนกระทั่งเขาอายุได้ 14 ปี เขาได้อ่านหนังสือที่ชื่อว่า The Hitchhiker’s Guide to the Galaxy
ซึ่งเป็นหนังสือเกี่ยวกับการท่องไปในอวกาศ และจากนั้นเป็นต้นมาเขาก็ได้ตัดสินใจว่า
ภารกิจในชีวิตของเขานับตั้งแต่นี้ไป คือการรักษาการดำรงอยู่ของมวลมนุษยชาติ

💖


💕 อันดับ 07: เขามีคอมพิวเตอร์เครื่องแรกตอนอายุ 9 ขวบ เรียนรู้วิธีการเขียนโปรแกรมด้วยตนเอง
ซึ่งเป็นคอร์สที่คนปกติทั่วไปใช้เวลาเรียน 6 เดือนจบ แต่ อีลอน มัสค์ เรียนจบภายใน 3 วัน
และต่อมาเมื่อเขาอายุ 12 ปี ก็ได้สร้างวิดีโอเกมชื่อ Blastar




ซึ่งสามารถสร้างรายได้ให้ อีลอน มัสค์ ในวัย 12 ปี ได้สูงถึง 500 ดอลล่าห์สหรัฐฯ
โดยขายซอร์ซโค๊ดให้กับนิตยสาร PC and Office Technology

💖


💕 อันดับ 06: เมื่อเขาอายุได้ 17 ปี เขาก็อพยพจากแอฟริกาใต้มาอยู่ที่แคนาดา เพื่อหลีกเลี่ยงการเกณฑ์ทหาร
จะบอกว่าหนีทหารก็อาจจะพอได้ โดยเขาบอกว่าไม่รู้จะเป็นทหารรับใช้กองทัพเพื่อกดขี่คนดำทำไม



และต่อมาไม่กี่ปีเขาก็โอนหน่วยกิจไปเรียนที่ University of Pennsylvania ซึ่งถือเป็นการเริ่มต้นชีวิตของเขา
ในสหรัฐฯ หลังจากนั้นไม่นาน ก็ก่อวีรกรรมเอาไว้อย่างสุดแสบนั่นก็คือ เขาได้เช่าบ้านแห่งหนึ่งในเพนซิวาเนีย
แล้วเปิดเป็นไนท์คลับขายเครื่องดื่มแอลกอฮอร์แบบไม่มีใบอนุญาต



ซึ่งเปิดให้เหล่าบรรดานักศีกษาเข้ามาสังสรรค์ในราคาค่าเข้าคนละ 5 ดอลล่าร์ และสามารถดื่มอะไร เท่าไหร่ก็ได้
ทั้งหมดที่มีอยู่ภายในงาน ซึ่งทำให้มีคนเข้ามาในงานปาร์ตี้ขี้เมาของเขากว่า 500 คน

💖

💕 อันดับ 05: ด้านการศึกษา อีลอน เลือกเรียนในสาขาวิชาที่เชื่อมโยงกับความสนใจหลักของเขา 3 อย่าง คือ
พลังงานสะอาด อินเตอร์เน็ต และ อวกาศ ด้วยอายุเพียง 24 ปี เขาได้เรียนต่อปริญญาเอกที่ มหาวิทยาลัย
สแตนฟอร์ดในสาขาฟิสิกส์ประยุกต์ หลังจากจบปริญญาตรี 2 ใบ ในสาขาเศรษฐศาสตร์และฟิสิกส์ที่มหาวิทยาลัย
เพนซิลเวเนีย  




แต่เขาตัดสินใจลาออกจากสแตนฟอร์ดหลังเข้าเรียนได้เพียง 2 วัน เนื่องจากไม่ต้องการเสียเวลาในการเริ่มต้น
สร้างธุรกิจของตนเอง ซึ่งพ่อของเขาก็ได้ให้เงินทุนในการสร้างธุรกิจกับ 2 พี่น้องตระกูลมัสค์ อีลอน และ คิมบาล
รวม 28,000 ดอลล่าร์ หรือ ราว ๆ 7 แสนบาท เพื่อเปิดเว็บไซต์ที่ชื่อ Zip2 เป็นเว็บไซต์ที่ให้บริการข้อมูลเกี่ยวกับ
การท่องเที่ยว




อีลอนกับน้องชายทุ่มเทให้กับ Zip2 เต็มที่ กินนอนอยู่ในออฟฟิศถึง 3 เดือน โดยอีลอนเขียนโปรแกรมและเว็บไซต์ด้วยตนเอง
1 ปีต่อมา เขาได้รับเงินทุนเพิ่มอีก 3 ล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ หลังจากนั้นไม่นาน ก็โดนปลดจากตำแหน่ง CEO โดยผู้ลงทุนนั้นเอง
แม้ไม่ได้เป็น CEO แต่ยังคงเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ เมื่อ Compaq เข้าซื้อ Zip2 ด้วยมูลค่า 341 ล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ
อีลอนจึงได้รับเงินส่วนแบ่งเป็นจำนวน 22 ล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ ในวัยเพียงแค่ 28 ปีเท่านั้น


💖


💕 อันดับ 04: หลังจากขาย Zip2 ให้ Compaq ไปแล้ว อีลอน ก็ก่อตั้งบริษัท X.com เป็นธนาคารออนไลน์
โดยใช้เงินตัวเองลงทุนถึง 10 ล้านดอลล่าร์ 1 ปีต่อมา X.com ประกาศซื้อกิจการ บริษัทคอนฟินิตี้ (Confinity)
สตาร์ทอัพฟินเทค เพื่อปูทางไปสู่การก่อตั้ง Paypal ระบบรับจ่ายเงินออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก



แต่ไม่นานก็เริ่มมีปัญหากับ CTO ในเรื่องการวางระบบเซิร์ฟเวอร์ อีลอนจึงหลบไปพักผ่อนที่ออสเตรเลีย
ชั่วคราว กรรมการบริหารจึงฉวยโอกาสนี้ลงมติปลดเขาออกจากตำแหน่ง CEO หลังจากถูกปลดจาก CEO อิลอน
ยังคงลงทุนเพิ่มในบริษัท และเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ที่สุด ต่อมาในเดือน ตุลาคม 2002 ebay ได้ติดต่อเข้าซื้อกิจการ
Paypal ด้วยราคาสูงถึง 1.5 พันล้านดอลล่าร์



และในฐานะที่อิลอนถือหุ้นใหญ่ที่สุด เขาจึงได้เงินส่วนแบ่งมากถึง 180 ล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ หลังจากนั้น จึงหันมา
ทุ่มเทเวลาในการบริหารธุรกิจที่สร้างประวัติศาสตร์ให้กับโลกอย่าง SpaceX และ Tesla Motors

💖


💕 อันดับ 03: ในช่วงเวลาที่เขาถูกปลดจากการเป็น CEO ของบริษัท X.com อีลอนก็เริ่มมีความคิดเกี่ยวกับ
โครงการอวกาศ และย้ายบ้านไปอยู่ใน ลอสแอนเจลิส เพื่อที่จะได้ใกล้ชิดกับอุตสาหกรรมอวกาศ และศึกษา
เกี่ยวกับการสร้างจรวดจากหนังสือ



1 ปีก่อนที่ eBay จะเข้าซื้อกิจการ X.com เขาได้เดินทางไปรัสเซียเพื่อขอซื้อจรวดขีปนาวุธโซเวียตที่ปลด
ประจำการแล้วเพื่อนำมาทำการทดลอง อิลอนใช้ระยะเวลาในการเจรจายาวนานถึง 1 ปีเต็ม แต่กลับล้มเหลว
พ่อค้ารัสเซียต้องการขายจรวดในราคาสูงถึง 8 ล้านดอลล่าร์ ซึ่งอีลอนคิดว่ามันแพงเกินไป



เขาจึงเริ่มก่อตั้งโครงการ SpaceX ที่จะสร้างจรวดด้วยตัวเอง โดยลงทุนเองทั้งหมด ซึ่งโครงการที่ได้รับ
ความสนใจอย่างมาก คือ โครงการอพยพไปอยู่ดาวอังคาร นับว่าเป็นความคิดที่บ้าบิ่นและก้าวกระโดดสำหรับ
นักธุรกิจทั่วไป ซึ่งการก่อตั้ง SpaceX ของเขามีจุดประสงค์เพื่อปกป้องมวลมนุษยชาติในกรณีที่โลกไม่สามารถ
เป็นที่อยู่สำหรับมนุษย์ได้อีกต่อไป




เขามีแผนจะสร้างอาณาจักรมนุษย์บนดาวอังคารที่จะมีประชากรอยู่กว่า 80,000 คน ภายในเวลา 10-20 ปี
เขาเชื่อว่าการสำรวจอวกาศเป็นสิ่งที่สำคัญมาก และมนุษย์จะมีโอกาสอยู่รอดมากขึ้นหากสามารถมีที่อยู่บนดาว
มากกว่าหนึ่งดวง

💖

💕 อันดับ 02: ช่วงปี 2008 เป็นปีที่หนักหน่วงที่สุดในชีวิตของอีลอน เขาถึงกับหลั่งน้ำตาเมื่อตระหนักว่า SpaceX
กำลังจะล้มละลาย เมื่อการทดลองปล่อยจรวดล้มเหลวถึง 3 ครั้ง สร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวงให้กับทั้ง
SpaceX และ NASA ในขณะเดียวกัน Tesla Motors ก็กำลังย่ำแย่




จากการสูญเงินสดมหาศาลในช่วงที่ Martin Eberhard (มาร์ติน เอบเบอร์เฮิร์ด) เป็น CEO อีลอน มัสค์ ต้องใช้
เงินตัวเอง 40 ล้าน และกู้เพิ่มอีก 40 ล้าน ลงทุนไปใน Tesla เพื่อพยุงไม่ให้ Tesla ล้มละลาย และขึ้นเป็น CEO
ของ Tesla เอง จนกระทั่งปลายปี 2008 การทดลองจรวด ครั้งที่ 4 ประสบความสำเร็จ



NASA เซ็นต์สัญญากับ SpaceX เพิ่ม อีลอน สามารถระดมทุนให้กับ SpaceX และ Tesla ได้ทันเวลา รอดพ้น
จากการล้มละลายได้อย่างหวุดหวิด


💖


💕 อันดับ 01: นอกจากโครงการล้ำอนาคตอย่างการอพยพคนไปดาวอังคารแล้ว เขาก็ลงทุนในบริษัท เทสลา
มอเตอร์ ที่สร้างรถยนต์ซีดานไฟฟ้าสี่ประตูที่สามารถขับไปได้ในระยะไกลโดยไม่ต้องใช้น้ำมัน แต่ความต้องการ
ที่จะพัฒนาพลังงานสะอาดของเขาไม่ได้หยุดอยู่แค่นี้




มันนำพาเขาไปสู่การสร้างโครงการ Solar City เมืองพลังงานแสงอาทิตย์ที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา โดยทุก
บ้านจะสามารถใช้ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ได้โดยไม่ต้องพึ่งพาพลังงานอื่นๆ เลย นอกจากนี้ อีลอน มัสค์ ยังมีอีก
หนึ่งโครงการล้ำๆ ที่ชื่อว่า ไฮเปอร์ลูป (Hyper-loop)


เป็นการสร้างระบบการขนส่งความเร็วสูง ที่ออกแบบให้เป็นท่อเชื่อมระหว่างซานฟรานซิสโกกับลอสแอนเจลิส
จากเดิมที่ใช้เวลาถึง 5 ชั่วโมงครึ่ง เหลือเพียง 35 นาที เท่านั้น และแน่นอนว่าโครงการนี้จะต้องใช้พลังงานสะอาด
อย่างพลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์เป็นตัวขับเคลื่อนด้วยเช่นกัน





และเขายังก่อตั้งบริษัท The Boring Company ทำอุโมงค์ยักษ์ใต้ดินเพื่อใช้ในการเดินทางด้วยความเร็วสูง
รวมไปถึงการก่อตั้งกลุ่ม OpenAi ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหากำไร เพื่อสนับสนุนงานวิจัยด้านปัญญาประดิษฐ์ เพื่อ
ให้แน่ใจว่าเทคโนโลยีนี้จะไม่ทำลายมนุษยชาติ




ซึ่ง อิลอน มัสค์ จัดได้ว่าเป็น boss ที่โหดสุดๆ โดยในช่วงแรกๆ เขาต้องทำงานถึงสัปดาห์ละ 100 ชม. มีทั้งบท
ไล่ตะเพิดพนักงานออกจากงาน รวมทั้งไล่ออกแบบฟ้าผ่าด้วย


และนี่คือ 10 อันดับ เรื่องราวอันน่าทึ่งของ อิลอน มัสค์ เรื่องราวของเขา ทำให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่า
ถ้าเขาใช้แต่ทุนเดิมทั้งความฉลาดและฐานะทางบ้านที่ก็ไม่ได้ยากจนข้นแค้นถึงระดับกัดก้อนเกลือกิน แต่ขาด
ความพยายามและความมุ่งมั่นคงไม่สามารถสร้างธุรกิจที่มีเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลกขนาดนี้ได้


💋💋💋

ความคิดเห็น

บทความที่ได้รับความนิยม