ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

เรื่องที่แนะนำ

[ เนื้อเพลง | Full Lyrics ] Into the Unknown – FROZEN 2 (OST) Idina Menzel | แก้ม วิชญาณี เปียกลิ่น

Idina Menzel, AURORA - Into the Unknown (From "Frozen 2"/Audio Only)

Wichayanee Pearklin, AURORA - Into the Unknown (From "Frozen 2"/Audio Only)
[ เนื้อเพลง | Full Lyrics ]  Into the Unknown - FROZEN 2 (OST)  Idina Menzel | แก้ม วิชญาณี เปียกลิ่น
Ah ah oh oh oh Ah ah oh oh oh oh oh oh Into the unknown Into the unknown Into the unknown Ah ah ah ah ah
I can hear you but I won’t Some look for trouble While others don’t There’s a thousand reasons I should go about my day And ignore your whispers Which I wish would go away, ah ah oh oh Oh oh
ได้ยินเสียงเธอ แต่ไม่ฟัง
ฉันไม่อยากวุ่นวาย
พอได้หรือยัง
มีเหตุผลตั้งร้อยพัน ให้ตั้งมั่นกับชีวิตไป
จะไม่สนเสียงเรียกนั่น หวังว่ามันจะหยุดกวนใจ
You’re not a voice You’re just a ringing in my ear And if I heard you, which I don’t

10 หนังใหม่ดิสนีย์ 2018

.

          สำหรับสาวกดิสนีย์ที่ติดตามดูทุกเรื่อง ย้อนดูเรื่องละหลายๆ รอบ ช่วงนี้น่าจะมีความอิ่มหนำสำราญกันอยู่มากโข เพราะดิสนีย์ได้ประกาศวันฉายหนังในเครือของตัวเองออกมาชุดใหญ่ ตั้งแต่ปี 2018 ยิงยาวไปจนถึงปี 2023 ทั้งหนังอนิเมชั่น Live-action หนังพิกซาร์ มาร์เวล และสตาร์วอร์ส ที่มีมาให้ดูกันแบบยาวๆ สำหรับเรื่องเล่าชวนอ๋อในคลิปนี้เราจะเริ่มต้นมหากาพย์หนังดิสนีย์กันในปี 2018 ก่อนเลย บอกเลยว่าแค่ปีแรกแห่งมหากาพย์หนังดิสนีย์ก็น่าตื่นเต้นจนแทบจะอดใจรอไม่ไหว ซึ่งหนังในเครือดิสนีย์ที่จ่อคิวรอฉายในปีนี้จะมีอะไรบ้างนั้นรับรองว่าอ๋อรวบรวมมาให้ดูแบบละเอียดยิบ มาดูกันเลย

#1 BLACK PANTHER : แบล็ค แพนเธอร์ (14 กุมภาพันธ์ 2018)

          เปิดตัวแรงตั้งแต่ต้นปีกับ แบล็ค แพนเธอร์ ภาพยนตร์แนวซูเปอร์ฮีโร่ ที่สร้างโดยมาร์เวลสตูดิโอส์ และจัดจำหน่ายโดยวอลต์ดิสนีย์สตูดิโอส์โมชั่นพิกเจอส์ เพราะเพียงแค่ 26 วัน ของการเข้าฉายทั่วโลกก็สามารถกวาดรายได้ทะลุ 1 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐ แต่ปรากฏการณ์การกวาดรายได้อย่างถล่มทลายตั้งแต่เปิดตัวก็ไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับ แบล็ค แพนเธอร์ เพราะฝ่าบาททรง popular มาตั้งแต่ปรากฏตัวครั้งแรกในหนังเรื่อง Captain America : Civil War นอกจากความโดดเด่นเรื่องรายได้แล้ว Black Panther ยังมีเรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจไม่แพ้กัน เนื่องจาก Black Panther เป็นซูเปอร์ฮีโร่ผิวสีคนแรกในเนื้อเรื่องหลักของอาณาจักรมาร์เวล และในขณะที่ ซูเปอร์ฮีโร่คนอื่นๆ เป็นเพียงบุคคลธรรมดา แต่ Black Panther คือ เจ้าชายแห่งวาคานด้า โดยผู้ที่ผ่านการทดสอบพิเศษเท่านั้นที่จะสามารถดำรงตำแหน่ง Black Panther นี้ได้ ซึ่ง Black Panther คนล่าสุด ก็คือ ที ชัลล่า นำแสดงโดย แชดวิค โบสแมน (Chadwick Boseman) นั่นเอง


          แม้ว่า นครวาคานด้า จะเป็นประเทศเล็กๆ ทางตะวันตกของทวีปแอฟริกาที่แทบจะไม่มีคนรู้จัก แต่ก็เป็นประเทศที่มีวิทยาการล้ำหน้ากว่าประเทศใดๆ ในโลก แถมอุดมไปด้วยแร่ไวเบรเนียมมูลค่ามหาศาล ที่ได้ชื่อว่าเป็นแร่ที่แข็งแกร่งที่สุด ถูกนำไปใช้เป็นส่วนประกอบหลักในการผลิตชุด Black Panther รวมถึงโล่ของกัปตันอเมริกาด้วย เรื่องราวของ Black Panther กล่าวถึงเหตุการณ์หลังจากใน Captain America : Civil War สิ้นสุดลง ที ชัลล่า เดินทางกลับไปรับตำแหน่ง Black Panther แต่เมื่อศัตรูเก่ากลับมากวนใจอีกครั้ง ที ชัลล่า ในฐานะ Black Panther จึงต้องพบกับบททดสอบครั้งสำคัญ เมื่อเขากลายเป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้ง ที่ทำให้ชะตากรรมของนครวาคานด้า และ คนทั้งโลกต้องตกอยู่ในอันตราย


#2 A Wrinkle in Time : ย่นเวลาทะลุมิติ (15 มีนาคม 2018)

          ตามมาติดๆ กับเรื่องที่ 2 ของปีนี้ หนังประเภทไซไฟ-แฟนตาซีเหนือจินตนาการ ดัดแปลงมาจากวรรณกรรมเยาวชนคลาสสิกสุดโด่งดังของ มาเดลีน แลงเกิล ที่ได้รับการตีพิมพ์ตั้งแต่ ปี ค.ศ. 1962 และได้รับรางวัลจากเวทีใหญ่ๆ มาแล้วหลายเวที เป็นวรรณกรรมแนวไซไฟ-แฟนตาซีที่สามารถอธิบายเรื่องยากๆ อย่างทฤษฏีการเดินทางข้ามเวลา ข้ามมิติ ให้เด็กๆ เข้าใจได้แบบไม่ซับซ้อน และเป็นรากฐานให้เข้าใจเรื่องของ "การวาร์ป" หรือ "รูหนอน" ในนิยายวิทยาศาสตร์รุ่นหลังๆ อีกด้วย จนทำให้วรรณกรรมเรื่องนี้ถูกนำมาสร้างเป็นหนัง ซีรีส์ ละครเวที ละครโอเปร่า และหนังสือการ์ตูน มาแล้วหลายครั้ง แต่ถ้าย้อนเวลากลับไปในช่วงก่อนที่วรรณกรรมจะได้รับการยอมรับ สำหรับนักเขียนแล้วเพียงขอแค่ให้มีสำนักพิมพ์สักแห่งยอมพิมพ์จำหน่ายยังยากจนถอดใจ แล้วเรื่องราวเดินทางมาถึงจุดนี้ได้ยังไง อ๋อจะเล่าให้ฟัง

          
          กว่าที่ มาเดลีน แลงเกิล จะพบสำนักพิมพ์ที่สนใจงานของเธอนั้น เธอก็มีช่วงเวลาที่อยากหยุดเขียนนิยายเช่นเดียวกัน เพราะตอนนั้น ครอบครัวของเธอกำลังประสบกับปัญหาด้านการเงิน แลงเกิลไม่สามารถหาเงินมาช่วยสามีเพื่อเลี้ยงลูกๆ ได้ ไหนจะค่าใช้จ่ายส่วนตัวอีก เป็นช่วงเวลาที่เธอเครียดและกดดันมาก และฟางเส้นสุดท้ายก็เกิดขึ้นเมื่อเธอได้รับจดหมายปฏิเสธจากสำนักพิมพ์ในวันคล้ายวันเกิดครบรอบอายุ 40 ปีของเธอ ทำให้ มาเดลีน แลงเกิล ตัดสินใจหยุดเขียนนิยาย และเดินหน้าหางานทำที่เป็นหลักแหล่งอย่างจริงจัง แต่สุดท้าย เธอก็ไม่สามารถทิ้งการเขียนนิยายที่เธอรักได้จริงๆ เธอกลับมาเขียน A Wrinkle in Time ย่นเวลาทะลุมิติ อีกครั้ง และเขียนจนเสร็จสมบูรณ์ในปี ค.ศ. 1960 แต่อุปสรรคของ A Wrinkle in Time ย่นเวลาทะลุมิติ และ มาเดลีน แลงเกิล ไม่ได้หมดเพียงเท่านี้ เชื่อหรือไม่ว่า A Wrinkle in Time ย่นเวลาทะลุมิติ ถูกสำนักพิมพ์ปฏิเสธมาแล้วถึง 26 ครั้ง เพราะไม่รู้ว่านี่คือ นิยายสำหรับเด็ก หรือ ผู้ใหญ่ กันแน่ บางสำนักพิมพ์ก็ปฏิเสธด้วยเหตุผลที่ว่า "นี่เป็นนิยายไซไฟ-แฟนตาซีที่ซับซ้อนเกินกว่าเด็กๆ จะเข้าใจได้" แถม แลงเกิล ยังแฝงประเด็นทางศาสนาที่อ่อนไหวจนสำนักพิมพ์ไม่กล้าแตะ แลงเกิล พยายามครั้งแล้วครั้งเล่า จนกระทั่ง เธอก็พบกับสำนักพิมพ์ที่เข้าใจและชื่นชมว่าเป็นงานเขียนที่แฝงแง่คิดได้อย่างชาญฉลาด เป็นหนังสือที่ช่วยสร้างแรงบันดาลใจในการเรียนรู้เกี่ยวกับโลกและอวกาศที่ห่างไกล ไปพร้อมๆ กับข้อคิดที่จะช่วยผลักดันเราให้กลายเป็นคนที่ดีขึ้นได้อีก และ A Wrinkle in Time ย่นเวลาทะลุมิติ ก็ได้รับการตีพิมพ์เป็นครั้งแรก ในปี ค.ศ. 1962


          แต่เรื่องที่พีคที่สุดสำหรับพลังหญิงแห่ง A Wrinkle in Time ก็น่าจะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับภาพยนตร์ A Wrinkle in Time ย่นเวลาทะลุมิติ จากค่ายดิสนีย์ ย้อนเวลากลับไปยังปี ค.ศ. 1963 ณ ลอส แองเจลลิส แคทเธอรีน แฮนด์ นักเรียนเกรดห้า ที่ถูกลงโทษโดยการส่งตัวไปยังห้องสมุด เนื่องจากเธอพูดมากจนเกินไป และที่นั่น เธอก็ได้พบกับหนังสือ A Wrinkle in Time ย่นเวลาทะลุมิติ และตกหลุมรักไปกับความน่าตื่นเต้นของนิยายเล่มนี้ จนเธอต้องลงมือเขียนจดหมายถึงผู้ชายคนหนึ่ง ผู้ที่จะช่วยสร้างโลกแห่งจินตนาการจากหนังสือเล่มนี้ให้กลายเป็นจริง ทายซิคะว่าเขาคือใคร? จะเป็นใครซะอีกหล่ะ ก็ คุณ วอลด์ ดิสนีย์ นั่นเอง แต่น่าเศร้าที่แฮนด์ไม่กล้าส่งจดหมายนั้นไปหาเขา แถมสามปีต่อมา คุณ วอลด์ ดิสนีย์ ก็เสียชีวิต แต่ความฝันไม่มีวันหมดอายุถ้าเจ้าของความฝันนั้นไม่ถอดใจไปซะก่อน แฮนด์ได้สานฝันของเธอด้วยตัวเธอเอง จนกระทั่ง เธอได้ก้าวขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่งในวงการฮอลลีวูด และได้สร้างให้ A Wrinkle in Time ย่นเวลาทะลุมิติ กลายเป็นละครทีวีได้ในที่สุด แต่ด้วยความปรารถนาของเธอไม่ได้ต้องการให้ A Wrinkle in Time ย่นเวลาทะลุมิติ กลายเป็นแค่ละครทีวี ความฝันยังคงผลักดันเธอต่อไป เธอได้ขึ้นแท่นเป็นผู้ผลิตภาพยนตร์ A Wrinkle in Time ย่นเวลาทะลุมิติ ภาพยนตร์ไซไฟ-แฟนตาซีจากค่ายดิสนีย์เรื่องนี้หล่ะค่ะ

          ภาพยนตร์บอกเล่าเรื่องราวของ เม็ค เมอร์รี นักเรียนชั้นมัธยมผู้ที่กำลังประสบปัญหาการเห็นคุณค่าในตัวเอง และรู้สึกแปลกแยกจากสิ่งที่เธอเป็นอยู่ ในฐานะลูกสาวของนักฟิสิกส์ชื่อดังระดับโลก เธอมีพรสวรรค์ที่แสนชาญฉลาดและโดดเด่น แต่เธอกลับปิดกั้นตัวเองจากความฉลาดและความเป็นเด็กดี เรื่องราวย่ำแย่ลง เมื่อพ่อผู้เป็นนักวิทยาศาสตร์หายตัวไปขณะดำเนินการทดลองเรื่องการเดินทางข้ามมิติแห่งกาลเวลา ซึ่งสร้างความเจ็บปวดให้กับเม็คและแม่ของเธอเป็นอย่างมาก เม็คกลายเป็นเด็กเกเร จนกระทั่งเหตุการณ์ประหลาดเริ่มต้นขึ้น เมื่อน้องชายสุดอัจฉริยะของเธอ ได้แนะนำให้เม็คและแคลวิน เพื่อนร่วมชั้น รู้จักกับ 3 ผู้นำทางอันศักดิ์สิทธิ์ที่เดินทางมายังโลกเพื่อช่วยพวกเขาตามหาพ่อที่หายไป


#3 Avengers : Infinity War มหาสงครามอัญมณีล้างจักรวาล (25 เมษายน 2018)

          ครบรอบ 1 ทศวรรษแล้วสำหรับภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่ภายใต้จักรวาลมาร์เวล ตั้งแต่ Iron Man ในปี 2008 มาร์เวลก็เปิดตัวซูเปอร์ฮีโร่ในรูปแบบภาพยนตร์ให้แฟนๆ มาร์เวลได้ฟินกันอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งในปีนี้กับ อเวนเจอร์ส อินฟินิตี้ วอร์ ภาคแรก มหาสงครามอัญมณีล้างจักรวาล ซึ่งเป็นเรื่องราวของเหล่าอเวนเจอร์ที่ต้องปกป้องโลกจากภัยอันตรายครั้งใหญ่ ที่เกินกว่าที่ซุปเปอร์ฮีโร่คนเดียวจะรับมือได้ อันตรายครั้งใหม่นั้นมาจากเงามืดของจักรวาล ‘ทานอส’ จอมเผด็จการแห่งจักรวาล เป้าหมายของเขาคือการรวบรวมอัญมณี อินฟินิตี้สโตนส์ทั้งหก เพื่อครอบครองพลังที่เกินจะจินตนาการถึง และใช้พวกมันในการเปลี่ยนแปลงความจริงทั้งมวลของจักรวาล ทุกสิ่งทุกอย่างที่อเวนเจอร์ต่อสู้มาก็เพื่อสิ่งนี้ ชะตากรรมของโลกและจักรวาลไม่เคยสั่นคลอนเท่านี้มาก่อน


#4 SOLO : A Star Wars Story (25 พฤษภาคม 2018)

          SOLO: A Star Wars Story จะบอกเล่าเหตุการณ์ในช่วงวัยรุ่นของ Han Solo หนึ่งในตัวละครสุดคลาสสิค ก่อนที่เขาจะได้พบกับ Luke Skywalker และ Obi-Wan Kenobi ใน Star Wars: A New Hope นิสัยหยิ่งยโส ชอบการเหน็บแนม บ้าระห่ำ และเชี่ยวชาญเทคโนโลยี เคยทำมาหลายอย่างตั้งแต่ค้าของเถื่อน จนถึงเป็นนายพลในกองกำลังกบฏ และนี่คือจุดเริ่มต้นของ ฮัน โซโล กับการพบกันครั้งแรกของเขาและคู่หู ชิวเบคก้า สู่เส้นทางการเป็นจอมโจร และนักบินที่เก่งที่สุดในจักรวาลสตาร์วอร์ส ซึ่ง อัลเดน เออห์เรนริค (Alden Ehrenreich) รับหน้าที่เล่าเรื่องราววัยหนุ่มของ ฮัน โซโล ที่แฟนๆ สตาร์ วอร์ส คุ้นเคยกันดีกับบทบาทที่ แฮร์ริสัน ฟอร์ด (Harrison Ford) ได้แสดงไว้


#5 The Incredibles 2 (21 มิถุนายน 2018)

          หลังจากรอคอยมานาน The Incredible 2 ภาคต่อของอนิเมชั่นครอบครัวซูเปอร์ฮีโร่สุดมันส์ กำลังกลับมาสร้างความสนุกและย้อนวันวานของเราในวัยเด็กอีกครั้ง เป็นภาพยนตร์ภาคต่อของ The Incredibles ครอบครัวซูเปอร์ฮีโร่ที่เข้าฉายเมื่อปี 2004 ซึ่งใช้เวลานานถึง 14 ปี กว่าจะได้ภาคต่อมาอย่างเสร็จสมบูรณ์ และถือว่าเป็นภาพยนตร์ภาคต่อที่ใช้เวลานานที่สุดตั้งแต่ค่ายดิสนีย์และพิกซาร์ เคยทำออกมาเลยทีเดียว แต่ที่ใช้เวลานานแสนนานก็เพราะผู้กำกับประกาศเอาไว้เลยว่าจะไม่ยอมทำภาคสองออกมาเด็ดขาด ถ้าตัวเองยังไม่ได้โครงเรื่องที่ดีเท่ากับภาคแรก


          ซึ่งในที่สุด ดิสนีย์ก็ได้เผยเรื่องย่ออย่างเป็นทางการออกมาให้แฟนๆ ได้รับรู้ พร้อมความน่ารักของคุณพ่อ Mr.Incredible พระเอกของภาคแรก กับสมาชิกใหม่ตัวน้อย Jack-Jack ที่มาพร้อมพลังพิเศษที่ดูอันตรายเกินคาด และรวมพลังไว้หลายอย่างเหลือเกิน ทั้งตาที่ปล่อยแสงเลเซอร์ได้ ตัวลุกเป็นไฟได้ และยังมีแสงฟ้าผ่าออกมาได้อีก แต่ยังไงโมเมนต์พ่อลูกที่ดิสนีย์หยอดมาให้ดูในตัวอย่างหนังก็ดูน่ารักอยู่ดี ทั้งหมดนี้ยังเชื่อมโยงกับเนื้อหาของภาคนี้อีกด้วย เพราะคุณพ่อที่เคยเป็นตัวนำออกไปปราบเหล่าวายร้ายก็ต้องวางมือมาดูแลหนูน้อย Jack-Jack อยู่บ้าน ในขณะที่หน้าที่ซูเปอร์ฮีโร่ประจำบ้านก็ตกเป็นของตัวนำใหม่ในภาคนี้ นั่นก็คือฮีโร่ตัวแม่อย่าง Elastigirl นั่นเอง ที่ต้องเผชิญกับวายร้ายตัวใหม่ที่แสนฉลาดและอันตราย


#6 Ant-Man and the Wasp มนุษย์มดมหากาฬ! (5 กรกฎาคม 2018)
           
          ย้อนกลับไปในปี 2016 ภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ที่จับเอาฮีโร่ผู้ผดุงความยุติธรรมมาปะทะกันเองใน Captain America: Civil Wars ก็กลายเป็นปรากฏการณ์ความมันส์ที่หลายคนยังไม่ลืม และหนึ่งในตัวละครที่สร้างสีสันให้กับภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นอย่างดีก็คงหนีไม่พ้น สก็อต แลงก์ หรือ แอนท์แมน ฮีโร่มนุษย์มดที่หลายคนตกลุมรัก ด้วยมาดกวนๆ แถมพกความเท่ห์แบบเก๋ๆ มาไฝว้กับศัตรู ยกเว้น แฮงค์ พิม เจ้าของชุด แอนท์ แมน และเทคโนโลยีสุดล้ำ ที่ไม่เคยถูกใจได้ปลื้มอะไรเลยกับเจ้าฮีโร่ตัวป่วนคนนี้ เพราะสก็อตได้แอบขโมยชุดมนุษย์มดไปดัดแปลงด้วยฝีมือเขาเอง และนั่นคือการนำเทคโนโลยีที่ถูกเก็บเป็นความลับไปเปิดเผย แต่มันก็ไม่ใช่เพียงประเด็นเดียวที่ภาพยนตร์เรื่องนี้ตั้งใจจะเล่า อีกประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กันก็คือ การสานต่อปมภรรยาของ แฮงค์ พิม ผู้สวมชุดเดอะ วอส์พ (The Wasp) ที่ติดอยู่ในมิติควอนตัมมายาวนาน เมื่อรอดชีวิตกลับมาต้องมีผลกระทบอะไรบางอย่างเกิดขึ้นแน่นอน


#7 Christopher Robin

          เรื่องราวของ คริสโตเฟอร์ โรบิน ที่ดูเหมือนเป็นภาคต่อของ The Many Adventures of Winnie the Pooh ภาพยนตร์อนิเมชั่นเรื่องยาวลำดับที่ 22 จากค่ายดิสนีย์ ออกฉายในปี ค.ศ. 1977 ดัดแปลงมาจากวรรณกรรมเด็กชื่อดังที่ได้รับการแปลมาแล้วมากกว่า 20 ภาษา และนั่นคือครั้งแรกที่ดิสนีย์เติมเต็มจินตนาการให้กับแฟนๆ หมีพูห์ผ่านโลกภาพยนตร์ โดยเรื่องราวบอกเล่าเหตุการณ์อันแสนสนุกระหว่าง คริสโตเฟอร์ โรบิน หมีพูห์ และผองเพื่อน ซึ่งเป็นฝูงสัตว์นานาชนิด ที่ผจญภัยไปด้วยกันในป่า 100 เอเคอร์ และในปีนี้ดิสนีย์จะพาคุณกลับมาสู่ป่า 100 เอเคอร์อีกครั้ง ผ่านเรื่องราวของ คริสโตเฟอร์ โรบิน ในรูปแบบภาพยนตร์ Live-Action


          จากฉากสุดท้ายใน The Many Adventures of Winnie the Pooh เมื่อคริสโตเฟอร์ โรบิน กล่าวคำอำลาหมีพูห์ เพราะเขาต้องเดินทางไปไกลแสนไกล ไปเติบโตเป็นผู้ใหญ่ และสัญญากันว่าพวกเขาจะจดจำช่วงเวลาอันแสนสนุกในป่า 100 เอเคอร์นี้ไปตลอด แต่การเติบโตเป็นผู้ใหญ่ของ คริสโตเฟอร์ โรบิน กำลังกลืนกินความทรงจำอันแสนบริสุทธิ์ในป่า 100 เอเคอร์ของเขาไป ก็ถึงเวลาที่หมีพูห์และผองเพื่อนจะกระโดดออกมาจากป่า 100 เอเคอร์สู่มหานครลอนดอนเพื่อมาช่วยเพื่อนรักของพวกเขา


#8 Wreck-It RALPH 2 : RALPH breaks the INTERNET

          Wreck-It Ralph ภาพยนตร์อนิเมชั่นจากค่ายดิสนีย์ ที่เข้าฉายเมื่อปี 2012 กำลังจะกลับมาในภาค 2 และใช้ชื่ออย่างเป็นทางการว่า Ralph Breaks the Internet: Wreck-It Ralph 2 โดย 2 ตัวละครนำอย่าง ราล์ฟ และสาวน้อยวาเนลโลเป้ ต้องช่วยกันหาวิธีซ่อมเกม Sugar Rush ที่พังไป ในเมื่อทุกวันนี้ใครอยากรู้อะไรก็หาได้ในอินเตอร์เน็ต ก็ถึงเวลา 2 ตัวป่วนจากตู้เกมอาร์เคดยุคเก่าที่ไม่เคยสัมผัสกับโลกภายนอกมาก่อน ต้องออกมาสู่โลกกว้างอย่างโลกอินเตอร์เน็ต


          โดยในภาคนี้ดิสนีย์จัดความฟินมาให้อย่างเต็มพิกัด เมื่อทั้งคู่เข้ามาใน OhMyDisney.com ออฟฟิเชียล wetsite ของแฟนคลับดิสนีย์ ทำให้ได้พบกับตัวละครจาก Star Wars Marvel และที่แฟนๆ จะต้องฟินหนักมาก ก็คือ บรรดาเจ้าหญิงดิสนีย์ที่จะกลับมารวมตัวกันในภาพยนตร์อนิเมชั่นเรื่องนี้ ยิ่งไปกว่านั้นดิสนีย์สามารถดึงตัวนักแสดงผู้พากย์เสียงเจ้าหญิงชุดเดิมกลับมาร่วมงานกันได้เกือบหมด ไม่ว่าจะเป็น มู่หลาน แอเรียล เบลล์ จัสมิน เอลซ่า อันนา โพคาฮอนทัส ทีอาน่า ราพันเซล เมริดา และโมอานา มีเพียง สโนว์ไวท์ ซินเดอเรลล่า และออโรร่า เท่านั้น ที่นักแสดงผู้พากย์เสียงเจ้าหญิงได้เสียชีวิตไปแล้ว ก็ต้องรอลุ้นกันต่อไปว่าดิสนีย์จะเลือกใครมาพากย์แทน


#9 The Nutcracker and the four realms

          หลายคนน่าจะยังจำหน้าหนูน้อยเรเนสเม่ ลูกสาวของเบลล่ากับเอ็ดเวิร์ดจากภาพยนตร์แวมไพร์ชื่อดังอย่างทไวไลท์ แม้เธอจะปรากฏตัวออกมาเพียงภาคเดียวในภาคสุดท้าย แต่ความน่ารักนั้นก็ติดตาตรึงใจ จนกระทั่ง เธอกลับมารับบทสำคัญอีกครั้งในภาพยนตร์ไซไฟอย่าง Interstellar สาวน้อยคนนี้ก็คือ แม็คเคนซี ฟอย และในปีนี้เธอกลับมาอีกครั้ง กับบทบาทที่โตขึ้นในภาพยนตร์เรื่องใหม่ของดิสนีย์ ครั้งนี้เธอได้รับบทนำอย่างเต็มตัว กับบทของ คลาร่า ในภาพยนตร์เรื่อง The Nutcracker and the Four Realms (เรล์มส) หรือ เดอะนัทแครกเกอร์กับสี่อาณาจักรมหัศจรรย์


          ซึ่งดัดแปลงมาจากนิยาย The Nutcracker and the Mouse King เมื่อปี ค.ศ. 1816 ของนักเขียน อี.ที.เอ. ฮอฟฟ์แมนน์ (E.T.A. Hoffmann) เป็นเรื่องราวที่นิยมนำไปใช้ในการแสดงบัลเล่ห์ ด้วยความนิยมนี้เองทำให้ไชคอฟสกีคีตกวีชื่อดังชาวรัสเซีย ได้คัดเลือกบางส่วนของดนตรีประกอบบัลเลต์ ออกมาจัดแสดงคอนเสิร์ต ใช้ชื่อว่า "เดอะนัทแครกเกอร์สวีท โอปุสที่ 71 เอ" (The Nutcracker Suite, Op. 71a) บรรเลงครั้งแรกเมื่อวันที่ 31 มีนาคม ค.ศ. 1892 เป็นผลงานชิ้นหนึ่งของไชคอฟสกีที่ได้รับความนิยม โดยเฉพาะท่อนโซโลเอกลักษณ์เฉพาะตัวของการแสดง เดอะ นัทแครกเกอร์ มีชื่อว่า "Dance of the Sugar Plum Fairy" และต่อมา เพลงบรรเลงในเดอะนัทแครกเกอร์สวีทก็ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของภาพยนตร์อนิเมชั่นเรื่องยาวลำดับที่ 3 ของดิสนีย์ ต่อจากเรื่องสโนว์ไวท์กับคนแคระทั้งเจ็ด และ พินอคคิโอ เป็นภาพยนตร์อนิเมชั่นประกอบดนตรีคลาสสิกโดยไม่มีบทพูด ชื่อ แฟนเทเชีย (Fantasia) ออกฉายครั้งแรกในปี ค.ศ. 1940


          และก็ถึงเวลาที่ดิสนีย์จะกลับมาสานต่อตำนาน The Nutcracker อย่างเต็มรูปแบบ The Nutcracker ฉบับปี 2018 จากค่ายดิสนีย์ บอกเล่าเรื่องราวของ คลาร่า ที่ต้องออกตามหากุญแจวิเศษที่หายไป เป็นกุญแจที่ใช้สำหรับเปิดกล่องของขวัญล้ำค่าที่คุณแม่ผู้จากไปของเธอได้ให้ไว้ การเดินทางสู่อาณาจักรมหัศจรรย์สุดตระการตาของ คลาร่า เริ่มต้นขึ้น เมื่อได้รับด้ายทองคำจาก ดรอสเซลเมเยอร์ (Drosselmeyer) พ่อทูนหัวในงานปาร์ตี้วันหยุดประจำปี ซึ่งจะนำทางเธอไปสู่อีกมิติหนึ่งอันน่าพิศวง โดย คลาร่า ได้เจอกับนายทหารหนุ่มนามว่า ฟิลิปส์ และพบกับผู้พิทักษ์ใน 3 ดินแดน ไม่ว่าจะเป็น ดินแดนแห่งหิมะ ดินแดนแห่งดอกไม้ และดินแดนแห่งขนมหวาน


 คลาร่า และฟิลิปส์ ต้องผจญภัยเพื่อให้ไปถึงในดินแดนที่ 4 ซึ่งเป็นดินแดนของ Mother Ginger เพื่อทำการค้นหากุญแจที่หายไป และนำความมั่นคงกลับมาสู่โลกคู่ขนานนี้ก่อนจะสายเกินไป แม้ว่าท่ามาตรฐานของ The Nutcracker จะเป็นเรื่องราวของที่ขบเปลือกลูกนัท (Nutcracker) รูปตุ๊กตาทหารที่คลาร่าได้รับเป็นของขวัญวันคริสต์มาสในคืนวันคริสต์มาสอีฟและได้กลายร่างเป็นเจ้าชาย แต่ถ้าดูจากตัวอย่างหนังแล้ว The Nutcracker ฉบับดิสนีย์จะต้องถูกตีความใหม่ จนแตกต่างไปจาก The Nutcracker ฉบับดั้งเดิมโดยสิ้นเชิงอย่างแน่นอน


 #10 Mary Poppins Returns

          Mary Poppins หนึ่งในตำนานที่ค่ายดิสนีย์นำมาปัดฝุ่นใหม่อีกครั้ง ภาพยนตร์เพลงแนวแฟนตาซีจากค่ายดิสนีย์ที่เคยสร้างความประทับใจสู่สายตาคนทั่วโลกมาแล้วในปี ค.ศ. 1964 การันตีความสำเร็จด้วย 5 รางวัลออสการ์ ดัดแปลงมาจากวรรณกรรมเด็กชื่อดังของ พี. แอล. เทรเวอร์ เรื่องราวของพี่เลี้ยงผู้มีเวทมนต์ที่เดินทางมาพร้อมกับร่มด้ามนกแก้ว เรื่องราวในหนังสือเกิดขึ้น ณ มหานครลอนดอน ในปี ค.ศ. 1910 จอร์จ แบงค์ส ผู้มีธุระอันแสนยุ่งเหยิงจนไม่มีเวลาดูแล เจน และ ไมเคิล ลูกๆ ของเขา เขาจึงตัดสินใจจ้างพี่เลี้ยงมาทำหน้าที่แทน แต่ก็ไม่มีพี่เลี้ยงคนไหนเลยที่จะสามารถทนอยู่กับลูกๆ ตัวป่วนของเขาได้ และเมื่อพี่เลี้ยงคนล่าสุดลาออกไป จอร์จ ก็ประกาศหาพี่เลี้ยงสุดเข้มงวดคนใหม่อีกครั้งผ่านทางหน้าหนังสือพิมพ์ ในขณะที่เด็กๆ ก็เขียนประกาศของพวกเขาเองเช่นกัน โดยระบุว่าต้องการพี่เลี้ยงที่ชอบเล่นสนุกสนานกับพวกเขา เมื่อคุณพ่อได้อ่านประกาศโฆษณาที่ออกจากใจลูกๆ ชิ้นนี้ เขาก็ฉีกมันทิ้งแล้วโยนเข้าไปในเตาผิง ความปรารถนาของเด็กๆ โดนเผากลายเป็นเถ้าธุลีลอยออกไปทางปล่องไฟ จนไปถึง แมรี่ ป๊อปปิ้นส์ ที่กำลังนั่งอยู่บนก้อนเมฆ


          และวันรุ่งขึ้นก็มีพี่เลี้ยงเด็กมากมายมายืนรออยู่หน้าประตู เพื่อเข้ารับการคัดเลือกจากผู้ว่าจ้าง แต่แล้วกลับมีลมแปลกๆ พัดมาอย่างแรง ทำให้พวกเขาลอยจากไปหมด แล้ว แมรี่ ป๊อปปิ้นส์ ก็ร่อนลงมาจากฟ้า พร้อมด้วยร่มคู่ใจ เธอแนะนำตัวกับ จอร์จ ด้วยความมั่นใจ ทำให้เธอได้รับงานนี้ไปในที่สุด แต่ Mary Poppins ก็ไม่ใช่นางฟ้าใจดีตามแบบฉบับของดิสนีย์ซะทีเดียว ท่าทางของเธอต่อเด็กๆ ค่อนข้างดุและเจ้าระเบียบ จนดูเหมือนอารมณ์เสียอยู่ตลอดเวลา แต่ เจน และ ไมเคิล รับรู้ได้ด้วยหัวใจว่าพี่เลี้ยงคนนี้มีแต่ความรักและความเมตตา เพราะทุกครั้งที่เด็กๆ ฝันอยากได้อะไรพิสดาร ถึงแมรี่จะทำเป็นดุหรือบ่นว่าต่างๆ นานา แต่สุดท้ายเธอก็บันดาลความฝันนั้นให้เป็นจริงทุกครั้ง ทำให้พี่เลี้ยงคนใหม่นี้เป็นที่รักของเด็กๆ ไม่เว้นแม้แต่ เบิร์ต คนกวาดปล่องไฟจนๆ ผู้รอบรู้ และเบิร์ต คนนี้ยังเป็นคนช่วยเตือนสติ จอร์จ ว่าวัยเด็กนั้นสั้นเหลือเกิน และโอกาสของการทำหน้าที่พ่อก็ไม่ได้มาง่ายๆ เสียด้ว


          เบื้องหน้าว่าน่าสนใจแล้ว เบื้องหลังของ Mary Poppins ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน เพราะ Mary Poppins มีความผูกพันธ์กับดิสนีย์มากกว่าเป็นเพียงแค่ภาพยนตร์ที่กวาดรางวัลออสการ์ แต่ภาพยนตร์เรื่องนี้ คือ คำสัญญา ที่ คุณ วอล์ท ดิสนีย์ ได้ให้ไว้กับลูกสาวสุดที่รักของเขา ว่าจะทำให้วรรณกรรมเด็กเล่มโปรดของลูกสาวมีชีวิตโลดแล่นบนแผ่นฟิล์ม เรื่องราวดูเหมือนจะง่ายเพราะช่วงนั้นเป็นช่วงรุ่งเรืองของ คุณ วอล์ท ดิสนีย์  ถ้าไม่ไปเจอกับนักเขียนที่เกลียดวงจรอุตสาหกรรมภาพยนตร์อเมริกันเข้าไส้


          ภารกิจตามล่าเพื่อให้ได้สิทธิ์ในการสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้จึงเริ่มต้นขึ้น คุณ วอล์ท ดิสนีย์ ต้องรับมือกับนักเขียนอารมณ์ร้าย ไม่ยอมคน และไม่มีความตั้งใจที่จะปล่อยให้พี่เลี้ยงมหัศจรรย์คนนี้ถูกทำลายโดยวงการฮอลลีวูด ทำให้ช่วงเวลาแห่งการขอสิทธิ์เพื่อสร้าง Mary Poppins ยาวนานถึง 20 ปี และในปีนี้ดิสนีย์ก็นำพี่เลี้ยงสาวเจ้าของเวทมนต์สุดวิเศษกลับมาสร้างความประทับใจอีกครั้ง เรื่องราวของ Mary Poppins ฉบับปี 2018 เกิดขึ้นในช่วงที่สองพี่น้อง เจน และ ไมเคิล แบงค์ส เติบโตเป็นผู้ใหญ่ และเดินทางกลับไปเยี่ยมบ้านที่เคยเต็มไปด้วยความสุขในวัยเด็กกับ แมรี่ ป๊อปปิ้นส์ พี่เลี้ยงสุดวิเศษของพวกเขา หลังจากที่แต่ละคนต่างประสบปัญหาในชีวิตของตัวเอง ซึ่งนั่นก็ถึงเวลาที่ แมรี่ ป๊อปปิ้นส์ จะกลับมาอีกครั้ง คราวนี้เธอต้องร่วมมือกับเพื่อนใหม่อย่าง แจ็ค เพื่อหาทางช่วยให้ เจน และ ไมเคิล เด็กน้อยตัวป่วนของเธอในอดีตค้นหาความสุขที่หายไป


          ใครรอดูเรื่องไหนเป็นพิเศษก็เม้นท์มาบอกกันด้วยน๊ะ แล้วพบกับคลิปใหม่ๆ ทุกวันอังคาร ทางช่อง Thai Ideograph อย่าลืมกดติดตามเป็นกำลังใจให้ด้วยนะคะ สวัสดีค่ะ

บทความที่ได้รับความนิยม